counter 109,468

DO NOT GIVE UP



เมื่อวานก็...
ไปเจอไมค์มานะ
ออกจากมหาลัยปุ๊บ ก็บึ่งรถไปเลย... ไปนั่งรออยู่สองชม. คนเดียว และไม่มีมือถือ
(เจือกชอบลืมมือถือวันที่มีธุระทุกทีดิ ไม่เข้าใจตัวเอง)


ก็บอกไมค์ไปสามประโยค ซึ่งนั่งท่องตั้งแต่ออกจากมหาลัย
ตอนพูดเสียงสั่น มือสั่นมาก มันก็กึ่งๆตื่นเต้น กึ่งๆกลัว
ไมค์ก็ยิ้มนิดๆ ตอบว่า "ฮะ" "ขอบคุณฮะ"


อารมณ์ตอนนั้นก็อยากจะร้องไห้ แบบว่าปล่อยโฮออกมาเลยนะ
คือ รู้สึกเจ็บ รู้สึกว่ารอยยิ้มของน้องในตอนนี้มีค่ามาก


พอตอนที่ไมค์จะกลับก็เดินผ่านทุกคนแล้วพูดว่า "กลับแล้วนะฮะ"
ก็ดีใจนะ ที่น้องพูด เพราะถ้าน้องเงียบก็คงจะหม่นหมองน่าดู


 


กลับบ้านไป ก่อนนอน ก็ยังจะมีเรื่องให้เศร้าอีกระลอก


ยอมรับนะว่าส่วนนึงที่กอล์ฟไมค์แลกชื่อเสียงเงินทองมา คือ ภาพพจน์ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด
กอล์ฟไมค์ผ่านการฝึกฝน ใช้ความพยายาม มุ่งมั่น อาศัยความอดทนในการพัฒนาตัวเอง... บวกพรสรวรรค์ หน้าตา การสนับสนุนที่ดีจากทางบ้าน... ถ้าตัดเพียงแค่ภาพพจน์ออกไป เชื่อนะว่า ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะสนับสนุนกอล์ฟไมค์ต่อไป


ทำไมถึงคาดหวังให้คนๆนึงเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ จะว่ากันตามตรงไมค์เองก็พยายามอย่างมากที่สุดแล้ว ที่จะสร้างกรอบของตัวเองให้แคบที่สุด เพื่อให้คนอื่นๆซึ่งแทบจะไม่รู้จักตัวตนจริงๆของไมค์ด้วยซ้ำเข้ามา... และในเมื่อสิ่งที่ไมค์ขอในกรอบแคบๆนั้น คือ การมีชีวิตส่วนตัวบ้างแม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม... คนที่อ้างว่า "รักมาก" กลับให้ไมค์ไม่ได้


จากรายการต่างๆ ไมค์ก็พูดหลายครั้งเกี่ยวกับกระแสในเนตที่ทำให้ไมค์เสียใจ ถ้าไมค์มองด้านเดียว ไม่สนใจความรู้สึกของแฟนคลับแล้วล่ะก็ คงจะไม่มานั่งอ่านให้เสียความรู้สึกเปล่าๆหรอกนะ และคงจะไม่มีบลอคมีอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการ accept hi5 ของแฟนคลับ... ซึ่งถึงแม้ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ยังคงมีคนติดตามผลงานของกอล์ฟไมค์อยู่ดี แต่ไมค์เลือกที่จะทำเพราะแคร์สิ่งที่แฟนคลับคิด


แฟนคลับที่เข้าใจไมค์ ไม่ได้ป้อยอ เอาใจไมค์ทุกเรื่องหรอกนะ คุณอาจจะยังไม่รู้จักแฟนคลับกอล์ฟไมค์ดีพอหรือเปล่า? อย่างที่ไมค์บอก LOVE IS UNDERSTANDING ดังนั้น ไม่มีใครบอกว่า สิ่งที่ไมค์ทำคือสิ่งที่ดีที่สุดและถูกต้องเสมอ แต่เมื่อเรารักศิลปินคนนึงแล้ว เราก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเข้าใจและเชื่อมั่น



นั่งเขียนข้อความนี้อยู่เมื่อคืนเป็นเวอร์ชั่นสุภาพสุดๆ
ไม่อยากจะให้ใครมาว่าได้นะ ว่าแฟนคลับกอล์ฟไมค์ไม่มีการศึกษาใช้วาจาหยาบคาย


น้องลบบลอคไปแล้ว จากนี้ไปจะมีบลอคน้องให้อ่านอีกมั้ย
เสียใจนะ คนอื่นอาจจะมองว่า โห...อีนี่ โอ๋กันเกินไปรึเปล่า... ก็ยอมรับ ว่าเราโอ๋น้องจริงๆ
แต่ทำไมล่ะ? โอ๋แล้วมันผิดตรงไหน


ประเภทที่บอกว่าไมค์ทำให้ผิดหวัง ทำให้เสียใจ แล้วมาอ้างว่ารักมาก ผิดหวังมาก... ก็สมควรจะหุบตูดไปซะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า คุณนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง... ในขณะที่ไมค์ล้ม ก็ยังเอาความคิดของตัวเองมาเหยียบย่ำน้องซ้ำอีก แทนที่จะให้กำลังใจกัน



เฮ้อ... หมด นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่ออีก
เศร้าแทนจริงๆเลย หายไวๆนะพ่อหนุ่มน้อย คนที่พร้อมจะเข้าใจยังมีอีกหลายคน


ขนาดเมื่อวานยังเจอน้องสองคนเค้าก็เอาการ์ดมาให้ไมค์ พอคุยๆกัน ก็ถามเค้าว่าถ้าไมค์มีแฟนจริงๆจะรับได้มั้ย เค้าก็พยักหน้าหงึกๆกันใหญ่ บอกว่ารับได้... เราก็เลยเชื่อว่า ต่อให้มีคนส่วนนึงไม่พอใจ แต่ก็มีคนอีกส่วนนึงนะที่คอยให้กำลังใจไมค์เสมอ


 


สู้ต่อไป


 

DO NOT GIVE UP



เมื่อวานก็...
ไปเจอไมค์มานะ
ออกจากมหาลัยปุ๊บ ก็บึ่งรถไปเลย... ไปนั่งรออยู่สองชม. คนเดียว และไม่มีมือถือ
(เจือกชอบลืมมือถือวันที่มีธุระทุกทีดิ ไม่เข้าใจตัวเอง)


ก็บอกไมค์ไปสามประโยค ซึ่งนั่งท่องตั้งแต่ออกจากมหาลัย
ตอนพูดเสียงสั่น มือสั่นมาก มันก็กึ่งๆตื่นเต้น กึ่งๆกลัว
ไมค์ก็ยิ้มนิดๆ ตอบว่า "ฮะ" "ขอบคุณฮะ"


อารมณ์ตอนนั้นก็อยากจะร้องไห้ แบบว่าปล่อยโฮออกมาเลยนะ
คือ รู้สึกเจ็บ รู้สึกว่ารอยยิ้มของน้องในตอนนี้มีค่ามาก


พอตอนที่ไมค์จะกลับก็เดินผ่านทุกคนแล้วพูดว่า "กลับแล้วนะฮะ"
ก็ดีใจนะ ที่น้องพูด เพราะถ้าน้องเงียบก็คงจะหม่นหมองน่าดู


 


กลับบ้านไป ก่อนนอน ก็ยังจะมีเรื่องให้เศร้าอีกระลอก


ยอมรับนะว่าส่วนนึงที่กอล์ฟไมค์แลกชื่อเสียงเงินทองมา คือ ภาพพจน์ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด
กอล์ฟไมค์ผ่านการฝึกฝน ใช้ความพยายาม มุ่งมั่น อาศัยความอดทนในการพัฒนาตัวเอง... บวกพรสรวรรค์ หน้าตา การสนับสนุนที่ดีจากทางบ้าน... ถ้าตัดเพียงแค่ภาพพจน์ออกไป เชื่อนะว่า ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะสนับสนุนกอล์ฟไมค์ต่อไป


ทำไมถึงคาดหวังให้คนๆนึงเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ จะว่ากันตามตรงไมค์เองก็พยายามอย่างมากที่สุดแล้ว ที่จะสร้างกรอบของตัวเองให้แคบที่สุด เพื่อให้คนอื่นๆซึ่งแทบจะไม่รู้จักตัวตนจริงๆของไมค์ด้วยซ้ำเข้ามา... และในเมื่อสิ่งที่ไมค์ขอในกรอบแคบๆนั้น คือ การมีชีวิตส่วนตัวบ้างแม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม... คนที่อ้างว่า "รักมาก" กลับให้ไมค์ไม่ได้


จากรายการต่างๆ ไมค์ก็พูดหลายครั้งเกี่ยวกับกระแสในเนตที่ทำให้ไมค์เสียใจ ถ้าไมค์มองด้านเดียว ไม่สนใจความรู้สึกของแฟนคลับแล้วล่ะก็ คงจะไม่มานั่งอ่านให้เสียความรู้สึกเปล่าๆหรอกนะ และคงจะไม่มีบลอคมีอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการ accept hi5 ของแฟนคลับ... ซึ่งถึงแม้ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ยังคงมีคนติดตามผลงานของกอล์ฟไมค์อยู่ดี แต่ไมค์เลือกที่จะทำเพราะแคร์สิ่งที่แฟนคลับคิด


แฟนคลับที่เข้าใจไมค์ ไม่ได้ป้อยอ เอาใจไมค์ทุกเรื่องหรอกนะ คุณอาจจะยังไม่รู้จักแฟนคลับกอล์ฟไมค์ดีพอหรือเปล่า? อย่างที่ไมค์บอก LOVE IS UNDERSTANDING ดังนั้น ไม่มีใครบอกว่า สิ่งที่ไมค์ทำคือสิ่งที่ดีที่สุดและถูกต้องเสมอ แต่เมื่อเรารักศิลปินคนนึงแล้ว เราก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเข้าใจและเชื่อมั่น



นั่งเขียนข้อความนี้อยู่เมื่อคืนเป็นเวอร์ชั่นสุภาพสุดๆ
ไม่อยากจะให้ใครมาว่าได้นะ ว่าแฟนคลับกอล์ฟไมค์ไม่มีการศึกษาใช้วาจาหยาบคาย


น้องลบบลอคไปแล้ว จากนี้ไปจะมีบลอคน้องให้อ่านอีกมั้ย
เสียใจนะ คนอื่นอาจจะมองว่า โห...อีนี่ โอ๋กันเกินไปรึเปล่า... ก็ยอมรับ ว่าเราโอ๋น้องจริงๆ
แต่ทำไมล่ะ? โอ๋แล้วมันผิดตรงไหน


ประเภทที่บอกว่าไมค์ทำให้ผิดหวัง ทำให้เสียใจ แล้วมาอ้างว่ารักมาก ผิดหวังมาก... ก็สมควรจะหุบตูดไปซะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า คุณนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง... ในขณะที่ไมค์ล้ม ก็ยังเอาความคิดของตัวเองมาเหยียบย่ำน้องซ้ำอีก แทนที่จะให้กำลังใจกัน



เฮ้อ... หมด นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่ออีก
เศร้าแทนจริงๆเลย หายไวๆนะพ่อหนุ่มน้อย คนที่พร้อมจะเข้าใจยังมีอีกหลายคน


ขนาดเมื่อวานยังเจอน้องสองคนเค้าก็เอาการ์ดมาให้ไมค์ พอคุยๆกัน ก็ถามเค้าว่าถ้าไมค์มีแฟนจริงๆจะรับได้มั้ย เค้าก็พยักหน้าหงึกๆกันใหญ่ บอกว่ารับได้... เราก็เลยเชื่อว่า ต่อให้มีคนส่วนนึงไม่พอใจ แต่ก็มีคนอีกส่วนนึงนะที่คอยให้กำลังใจไมค์เสมอ


 


สู้ต่อไป


 

really luv dis boy

 



อ่านบล็อคไมค์แล้วน้ำตาจะไหล


สำหรับบางคนที่ไปคอมเมนท์ว่าไมค์ตามที่ต่างๆในเนต... ก็คงเป็นการแสดงความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งมันก็เห็นแก่ตัว ขาดความเข้าใจ และบ่งบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้รักศิลปินเลย


เหมือนอย่างที่ไมค์เขียน คุณบอกว่าชอบ บอกว่ารัก แต่มันก็เป็นแค่คำพูดรึเปล่า


ไม่เข้าใจความไม่มีเหตุผลของคนที่ทำแบบนี้เลย
หนึ่ง อยากให้คนเชื่อในตัวกอล์ฟไมค์นะ ว่าสิ่งที่น้องทำก็มีเหตุผล มีความเป็นส่วนตัวของน้องเอง... คนที่เขียนว่า "ทำไมไม่บอก" ถามหน่อยสิว่า "ทำไมต้องบอก"... ทุกคน แม้แต่ดารา ก็มีชีวิตด้านที่อยากเก็บไว้นะ


สอง ถ้ากอล์ฟไมค์มีแฟนจริงๆ แล้วมีความสุข ถ้าคุณเป็นแฟนคลับจริงๆ ไม่อยากเห็นน้องมีความสุขงั้นเหรอ... คุณอยากเห็นกอล์ฟไมค์เป็นแบบไหน เป็นหุ่นยนต์ทำตามความต้องการของคนอื่นไปวันๆ... หรือเป็นมนุษย์มีทำอย่างที่ตัวเองต้องการแล้วมีความสุขกันแน่


 


สิ่งที่เราอยากเห็นมากที่สุดตลอดเวลา ก็คือ รอยยิ้มที่สดใสของไมค์นะ
เวลาไมค์ยิ้มแล้วรู้สึกว่าโลกนี้น่ารัก รู้สึกว่าอยากจะมองไปนานๆ อยากจะให้ไมค์ยิ้มบ่อยๆ


สำหรับเรา แฟนคลับ ไม่ได้ไว้สำหรับเรียกทุกคนได้
คนที่จะเป็นแฟนคลับ คือ คนที่เชื่อมั่น ปกป้อง เข้าใจศิลปินที่เราชอบ
ยอมรับว่ามีหลายๆครั้งที่เราเศร้าที่น้องเมิน หลายๆครั้งที่นอยเพราะน้องหน้าบึ้ง... แต่เราเข้าใจ แล้วเราก็ไม่เคยผิดหวังในตัวน้อง ไม่เคยผิดหวังกับสิ่งที่น้องทำ... เราไม่ได้คิดว่าน้องทำผิดหรือทำพลาดด้วยซ้ำ


เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น รู้สึกเห็นใจนะ หลังจากนี้ไปจะมีรูปน่ารักๆมาลง hi5 ให้ดูกันอีกมั้ย... ต่อจากนี้ไป กว่าจะทำอะไรแต่ละที ก้าวแต่ละก้าว คงจะต้องคิดแล้วคิดอีก กลายเป็นความเครียดไป


และที่แย่กว่านั้น ความไว้ใจในตัวแฟนคลับก็คงจะลดลงไปอีก ทั้งๆที่คนที่ทำร้ายไมค์ ไม่มีความหมายพอจะเรียกว่าแฟนคลับด้วยซ้ำ


 



ขอให้ไมค์ผ่านเรื่องนี้ไปได้เร็วๆ แล้วก็กลับมาน่ารักสดใสเหมือนเดิมก็แล้วกัน



 

DO NOT GIVE UP



เมื่อวานก็...
ไปเจอไมค์มานะ
ออกจากมหาลัยปุ๊บ ก็บึ่งรถไปเลย... ไปนั่งรออยู่สองชม. คนเดียว และไม่มีมือถือ
(เจือกชอบลืมมือถือวันที่มีธุระทุกทีดิ ไม่เข้าใจตัวเอง)


ก็บอกไมค์ไปสามประโยค ซึ่งนั่งท่องตั้งแต่ออกจากมหาลัย
ตอนพูดเสียงสั่น มือสั่นมาก มันก็กึ่งๆตื่นเต้น กึ่งๆกลัว
ไมค์ก็ยิ้มนิดๆ ตอบว่า "ฮะ" "ขอบคุณฮะ"


อารมณ์ตอนนั้นก็อยากจะร้องไห้ แบบว่าปล่อยโฮออกมาเลยนะ
คือ รู้สึกเจ็บ รู้สึกว่ารอยยิ้มของน้องในตอนนี้มีค่ามาก


พอตอนที่ไมค์จะกลับก็เดินผ่านทุกคนแล้วพูดว่า "กลับแล้วนะฮะ"
ก็ดีใจนะ ที่น้องพูด เพราะถ้าน้องเงียบก็คงจะหม่นหมองน่าดู


 


กลับบ้านไป ก่อนนอน ก็ยังจะมีเรื่องให้เศร้าอีกระลอก


ยอมรับนะว่าส่วนนึงที่กอล์ฟไมค์แลกชื่อเสียงเงินทองมา คือ ภาพพจน์ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด
กอล์ฟไมค์ผ่านการฝึกฝน ใช้ความพยายาม มุ่งมั่น อาศัยความอดทนในการพัฒนาตัวเอง... บวกพรสรวรรค์ หน้าตา การสนับสนุนที่ดีจากทางบ้าน... ถ้าตัดเพียงแค่ภาพพจน์ออกไป เชื่อนะว่า ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะสนับสนุนกอล์ฟไมค์ต่อไป


ทำไมถึงคาดหวังให้คนๆนึงเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ จะว่ากันตามตรงไมค์เองก็พยายามอย่างมากที่สุดแล้ว ที่จะสร้างกรอบของตัวเองให้แคบที่สุด เพื่อให้คนอื่นๆซึ่งแทบจะไม่รู้จักตัวตนจริงๆของไมค์ด้วยซ้ำเข้ามา... และในเมื่อสิ่งที่ไมค์ขอในกรอบแคบๆนั้น คือ การมีชีวิตส่วนตัวบ้างแม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม... คนที่อ้างว่า "รักมาก" กลับให้ไมค์ไม่ได้


จากรายการต่างๆ ไมค์ก็พูดหลายครั้งเกี่ยวกับกระแสในเนตที่ทำให้ไมค์เสียใจ ถ้าไมค์มองด้านเดียว ไม่สนใจความรู้สึกของแฟนคลับแล้วล่ะก็ คงจะไม่มานั่งอ่านให้เสียความรู้สึกเปล่าๆหรอกนะ และคงจะไม่มีบลอคมีอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการ accept hi5 ของแฟนคลับ... ซึ่งถึงแม้ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ยังคงมีคนติดตามผลงานของกอล์ฟไมค์อยู่ดี แต่ไมค์เลือกที่จะทำเพราะแคร์สิ่งที่แฟนคลับคิด


แฟนคลับที่เข้าใจไมค์ ไม่ได้ป้อยอ เอาใจไมค์ทุกเรื่องหรอกนะ คุณอาจจะยังไม่รู้จักแฟนคลับกอล์ฟไมค์ดีพอหรือเปล่า? อย่างที่ไมค์บอก LOVE IS UNDERSTANDING ดังนั้น ไม่มีใครบอกว่า สิ่งที่ไมค์ทำคือสิ่งที่ดีที่สุดและถูกต้องเสมอ แต่เมื่อเรารักศิลปินคนนึงแล้ว เราก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเข้าใจและเชื่อมั่น



นั่งเขียนข้อความนี้อยู่เมื่อคืนเป็นเวอร์ชั่นสุภาพสุดๆ
ไม่อยากจะให้ใครมาว่าได้นะ ว่าแฟนคลับกอล์ฟไมค์ไม่มีการศึกษาใช้วาจาหยาบคาย


น้องลบบลอคไปแล้ว จากนี้ไปจะมีบลอคน้องให้อ่านอีกมั้ย
เสียใจนะ คนอื่นอาจจะมองว่า โห...อีนี่ โอ๋กันเกินไปรึเปล่า... ก็ยอมรับ ว่าเราโอ๋น้องจริงๆ
แต่ทำไมล่ะ? โอ๋แล้วมันผิดตรงไหน


ประเภทที่บอกว่าไมค์ทำให้ผิดหวัง ทำให้เสียใจ แล้วมาอ้างว่ารักมาก ผิดหวังมาก... ก็สมควรจะหุบตูดไปซะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า คุณนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง... ในขณะที่ไมค์ล้ม ก็ยังเอาความคิดของตัวเองมาเหยียบย่ำน้องซ้ำอีก แทนที่จะให้กำลังใจกัน



เฮ้อ... หมด นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่ออีก
เศร้าแทนจริงๆเลย หายไวๆนะพ่อหนุ่มน้อย คนที่พร้อมจะเข้าใจยังมีอีกหลายคน


ขนาดเมื่อวานยังเจอน้องสองคนเค้าก็เอาการ์ดมาให้ไมค์ พอคุยๆกัน ก็ถามเค้าว่าถ้าไมค์มีแฟนจริงๆจะรับได้มั้ย เค้าก็พยักหน้าหงึกๆกันใหญ่ บอกว่ารับได้... เราก็เลยเชื่อว่า ต่อให้มีคนส่วนนึงไม่พอใจ แต่ก็มีคนอีกส่วนนึงนะที่คอยให้กำลังใจไมค์เสมอ


 


สู้ต่อไป


 

really luv dis boy

 



อ่านบล็อคไมค์แล้วน้ำตาจะไหล


สำหรับบางคนที่ไปคอมเมนท์ว่าไมค์ตามที่ต่างๆในเนต... ก็คงเป็นการแสดงความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งมันก็เห็นแก่ตัว ขาดความเข้าใจ และบ่งบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้รักศิลปินเลย


เหมือนอย่างที่ไมค์เขียน คุณบอกว่าชอบ บอกว่ารัก แต่มันก็เป็นแค่คำพูดรึเปล่า


ไม่เข้าใจความไม่มีเหตุผลของคนที่ทำแบบนี้เลย
หนึ่ง อยากให้คนเชื่อในตัวกอล์ฟไมค์นะ ว่าสิ่งที่น้องทำก็มีเหตุผล มีความเป็นส่วนตัวของน้องเอง... คนที่เขียนว่า "ทำไมไม่บอก" ถามหน่อยสิว่า "ทำไมต้องบอก"... ทุกคน แม้แต่ดารา ก็มีชีวิตด้านที่อยากเก็บไว้นะ


สอง ถ้ากอล์ฟไมค์มีแฟนจริงๆ แล้วมีความสุข ถ้าคุณเป็นแฟนคลับจริงๆ ไม่อยากเห็นน้องมีความสุขงั้นเหรอ... คุณอยากเห็นกอล์ฟไมค์เป็นแบบไหน เป็นหุ่นยนต์ทำตามความต้องการของคนอื่นไปวันๆ... หรือเป็นมนุษย์มีทำอย่างที่ตัวเองต้องการแล้วมีความสุขกันแน่


 


สิ่งที่เราอยากเห็นมากที่สุดตลอดเวลา ก็คือ รอยยิ้มที่สดใสของไมค์นะ
เวลาไมค์ยิ้มแล้วรู้สึกว่าโลกนี้น่ารัก รู้สึกว่าอยากจะมองไปนานๆ อยากจะให้ไมค์ยิ้มบ่อยๆ


สำหรับเรา แฟนคลับ ไม่ได้ไว้สำหรับเรียกทุกคนได้
คนที่จะเป็นแฟนคลับ คือ คนที่เชื่อมั่น ปกป้อง เข้าใจศิลปินที่เราชอบ
ยอมรับว่ามีหลายๆครั้งที่เราเศร้าที่น้องเมิน หลายๆครั้งที่นอยเพราะน้องหน้าบึ้ง... แต่เราเข้าใจ แล้วเราก็ไม่เคยผิดหวังในตัวน้อง ไม่เคยผิดหวังกับสิ่งที่น้องทำ... เราไม่ได้คิดว่าน้องทำผิดหรือทำพลาดด้วยซ้ำ


เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น รู้สึกเห็นใจนะ หลังจากนี้ไปจะมีรูปน่ารักๆมาลง hi5 ให้ดูกันอีกมั้ย... ต่อจากนี้ไป กว่าจะทำอะไรแต่ละที ก้าวแต่ละก้าว คงจะต้องคิดแล้วคิดอีก กลายเป็นความเครียดไป


และที่แย่กว่านั้น ความไว้ใจในตัวแฟนคลับก็คงจะลดลงไปอีก ทั้งๆที่คนที่ทำร้ายไมค์ ไม่มีความหมายพอจะเรียกว่าแฟนคลับด้วยซ้ำ


 



ขอให้ไมค์ผ่านเรื่องนี้ไปได้เร็วๆ แล้วก็กลับมาน่ารักสดใสเหมือนเดิมก็แล้วกัน



 

DEJA VU






ตั้งใจไว้ว่าจะดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเข้าโรงแล้ว
แต่พี่อ้อยไม่เคยยอมไปดูหนังแอ๊กชั่นด้วยเล้ยยยยซักครั้งเดียว ก็เลยอดตามเคยอ่านะ

เพิ่งได้เช่ามาดูเมื่อวาน
"deja vu เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าเคยได้พบเห็นมาแล้ว"

เรื่องย่อ
ทุกคนต่างเคยประสบเหตุการณ์ลึกลับ ที่ชื่อว่า เดจา วู (Dé jà Vu) มาก่อน ความทรงจำชั่ววูบในตอนที่คุณพบคนแปลกหน้าซักคน แต่คุณกลับรู้สึกเหมือนคุณรู้จักเขามาทั้งชีวิต หรือรู้สึกเหมือนจดจำสถานที่นั้นได้ แม้ว่าคุณไม่เคยไปที่นั่นเลยซักครั้ง แต่ถ้าจริงๆ แล้ว ความรู้สึกแปลกประหลาดน่าพิศวงนี้ เป็นคำเตือนที่ถูกส่งมาจากอดีต หรือเป็นเงื่อนงำไปสู่อนาคต ที่ยังไม่เกิดขึ้นล่ะ..?

ความรู้สึก เดจา วู นี้เอง ที่นำทางเจ้าหน้าที่ เอทีเอฟ ดั๊ก คาร์ลิน (เดนเซล วอชิงตัน) ในการสืบสวนคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ เมื่อเขาถูกเรียกตัวไปเก็บหลักฐาน หลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ บนเรือเฟอร์รีลำหนึ่งในนิวออร์ลีนส์ คาร์ลินก็กำลังจะได้ค้นพบว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นความรู้สึกข้างเดียวของตัวเองนั้น จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่านั้น และมันก็จะนำเขาไปสู่การแข่งขันกับเวลา เพื่อช่วยเหลือผู้คนบริสุทธิ์หลายร้อยชีวิต


ยิ่งคาร์ลินถลำลึกลงไปในการสืบสวนมากเท่าใด เขาพบว่าไม่เพียงแต่มันจะล้วงลึก ผ่านช่องว่างและกาลเวลาเท่านั้น แต่มันยังกลายเป็นเรื่องราวความรักแปลกใหม่ ที่เกิดขึ้นในรูปแบบย้อนกลับ เมื่อคาร์ลินรู้สึกว่า เขาเกิดความรู้สึกผูกพันกับหญิงสาวเจ้าของอดีต ที่เป็นกุญแจนำไปสู่การหยุดยั้งหายนะ ที่อาจทำลายอนาคตของพวกเขาลงได้ในชั่วพริบตาเดียว โดยปราศจากคำพูดแต่ด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม คาร์ลินก็ได้เลือกเสี่ยง ...เพื่อเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง!


อยากให้ทุกคนได้ดูหนังเรื่องนี้นะ เป็นหนังที่ดีเรื่องนึงเลยทีเดียว
ความจริงชอบเดนเซล วอชิงตันอยู่แล้ว... แล้วก็ชอบแนวคิดของหนังด้วย เคยเป็นมั้ย บางครั้งที่เห็นภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย เหมือนเคยเห็นมาแล้ว... เราอ่ะ เป็นบ่อยเลยนะ... แม่บอกว่า บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า กายละเอียด หรือว่าจิตของเราเนี่ย ผ่านห้วงเวลานั้นไปก่อนเราแล้ว พอกายหยาบ หรือว่าตาของเรามองเห็น ก็เลยรู้สึกว่า ได้เห็นภาพนั้นไปก่อนหน้านี้แล้วนี่นา

หนังให้แง่คิดเรื่องความเสียสละด้วย คนเราจะยอมเสียสละชีวิตตัวเองให้กับคนที่พันๆคน ที่เราไม่รู้จัก ไม่เคยทำอะไรให้เรา ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเรามีตัวตนอยู่บนโลกมั้ย... ในทางตรงกันข้าม อาทิตย์ที่แล้วเดินพารากอนกับพี่อ้อย แล้วพี่อ้อยบอกว่าเค้าไม่เห็นตรวจกระเป๋าเราเลย ถ้าเราเอาระเบิดเข้ามาล่ะ... ก็เลยพูดกับพี่อ้อยว่า คนที่สามารถวางระเบิด แล้วทำให้คนตายมากมาย โดยที่ไม่รู้จักคนเหล่านั้นเลยเนี่ย ช่างเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเหลือเกิน

ทำไมคนถึงเลือกจะเสียสละ?
แล้วทำไมคนถึงเลือกจะเข่นฆ่า?


ซีเรียสไปมั้ยเนี่ย... เมื่อก่อนคิดว่า สงสัยตัวเองดูหนังฝรั่งมากไป แต่เดี๋ยวนี้น่ะ ก่อการร้ายมันใกล้ตัวเข้ามาทุกที... ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีคนมาวางระเบิดในกรุงเทพฯ เข้าใจมาตลอดว่าคนไทยจิตใจดี คงไม่ทำร้ายกันหนักหนา แต่คงจะต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้ว



วันนี้ก็ไปจ่ายใบสั่งสองใบซ้อน คือ เคยคุยกับตร.ที่สน.ไปแล้วเค้าก็ไม่มาเขียนอีก ดันโดนจราจรกลางมาแปะ สน.ก็เลยช่วยอะไรไม่ได้ งานคนละส่วนกัน ตูละเบื่อ ไม่ให้จอดหน้าบ้านตัวเองแล้วจะให้ไปจอดตรงไหนอ่ะ ตร.ช่วยหาที่จอดให้หน่อยสิ

แต่ตลกมาก คุณตร.คนนึงเค้าเรียกเราว่า "ตัวเล็กๆ"
เวรกรรม ได้ข่าวว่าอีชั้นสูง 175 นะคะ มาเรียกตัวเล็ก เรียกซะอายเลยอ่ะ

ขากลับก็แวะเอารถไปล้างดูดฝุ่น แล้วก็แวะไปเซ็นทรัลซื้อหนังสือ ซื้อเกมส์ ซื้อแผ่นโปรแกรม
สรุปว่าวันนี้หมดไปเป็นพัน

อ่อ อ่านเล่มนี้จบแล้วนะ



ก็............ ดี
จริงๆชอบอ่าน แฮร์รี่ที่สุดละ รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลง...
แต่เล่มอื่นๆก็อ่านฆ่าเวลา (ขนาดฆ่าเวลาตูยังอ่านมาถึงเล่ม 8)



ปิดไดด้วยการบอกว่า คิดถึงไมค์มากๆ เฮ้อ....


DO NOT GIVE UP



เมื่อวานก็...
ไปเจอไมค์มานะ
ออกจากมหาลัยปุ๊บ ก็บึ่งรถไปเลย... ไปนั่งรออยู่สองชม. คนเดียว และไม่มีมือถือ
(เจือกชอบลืมมือถือวันที่มีธุระทุกทีดิ ไม่เข้าใจตัวเอง)


ก็บอกไมค์ไปสามประโยค ซึ่งนั่งท่องตั้งแต่ออกจากมหาลัย
ตอนพูดเสียงสั่น มือสั่นมาก มันก็กึ่งๆตื่นเต้น กึ่งๆกลัว
ไมค์ก็ยิ้มนิดๆ ตอบว่า "ฮะ" "ขอบคุณฮะ"


อารมณ์ตอนนั้นก็อยากจะร้องไห้ แบบว่าปล่อยโฮออกมาเลยนะ
คือ รู้สึกเจ็บ รู้สึกว่ารอยยิ้มของน้องในตอนนี้มีค่ามาก


พอตอนที่ไมค์จะกลับก็เดินผ่านทุกคนแล้วพูดว่า "กลับแล้วนะฮะ"
ก็ดีใจนะ ที่น้องพูด เพราะถ้าน้องเงียบก็คงจะหม่นหมองน่าดู


 


กลับบ้านไป ก่อนนอน ก็ยังจะมีเรื่องให้เศร้าอีกระลอก


ยอมรับนะว่าส่วนนึงที่กอล์ฟไมค์แลกชื่อเสียงเงินทองมา คือ ภาพพจน์ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด
กอล์ฟไมค์ผ่านการฝึกฝน ใช้ความพยายาม มุ่งมั่น อาศัยความอดทนในการพัฒนาตัวเอง... บวกพรสรวรรค์ หน้าตา การสนับสนุนที่ดีจากทางบ้าน... ถ้าตัดเพียงแค่ภาพพจน์ออกไป เชื่อนะว่า ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะสนับสนุนกอล์ฟไมค์ต่อไป


ทำไมถึงคาดหวังให้คนๆนึงเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ จะว่ากันตามตรงไมค์เองก็พยายามอย่างมากที่สุดแล้ว ที่จะสร้างกรอบของตัวเองให้แคบที่สุด เพื่อให้คนอื่นๆซึ่งแทบจะไม่รู้จักตัวตนจริงๆของไมค์ด้วยซ้ำเข้ามา... และในเมื่อสิ่งที่ไมค์ขอในกรอบแคบๆนั้น คือ การมีชีวิตส่วนตัวบ้างแม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม... คนที่อ้างว่า "รักมาก" กลับให้ไมค์ไม่ได้


จากรายการต่างๆ ไมค์ก็พูดหลายครั้งเกี่ยวกับกระแสในเนตที่ทำให้ไมค์เสียใจ ถ้าไมค์มองด้านเดียว ไม่สนใจความรู้สึกของแฟนคลับแล้วล่ะก็ คงจะไม่มานั่งอ่านให้เสียความรู้สึกเปล่าๆหรอกนะ และคงจะไม่มีบลอคมีอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการ accept hi5 ของแฟนคลับ... ซึ่งถึงแม้ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ยังคงมีคนติดตามผลงานของกอล์ฟไมค์อยู่ดี แต่ไมค์เลือกที่จะทำเพราะแคร์สิ่งที่แฟนคลับคิด


แฟนคลับที่เข้าใจไมค์ ไม่ได้ป้อยอ เอาใจไมค์ทุกเรื่องหรอกนะ คุณอาจจะยังไม่รู้จักแฟนคลับกอล์ฟไมค์ดีพอหรือเปล่า? อย่างที่ไมค์บอก LOVE IS UNDERSTANDING ดังนั้น ไม่มีใครบอกว่า สิ่งที่ไมค์ทำคือสิ่งที่ดีที่สุดและถูกต้องเสมอ แต่เมื่อเรารักศิลปินคนนึงแล้ว เราก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเข้าใจและเชื่อมั่น



นั่งเขียนข้อความนี้อยู่เมื่อคืนเป็นเวอร์ชั่นสุภาพสุดๆ
ไม่อยากจะให้ใครมาว่าได้นะ ว่าแฟนคลับกอล์ฟไมค์ไม่มีการศึกษาใช้วาจาหยาบคาย


น้องลบบลอคไปแล้ว จากนี้ไปจะมีบลอคน้องให้อ่านอีกมั้ย
เสียใจนะ คนอื่นอาจจะมองว่า โห...อีนี่ โอ๋กันเกินไปรึเปล่า... ก็ยอมรับ ว่าเราโอ๋น้องจริงๆ
แต่ทำไมล่ะ? โอ๋แล้วมันผิดตรงไหน


ประเภทที่บอกว่าไมค์ทำให้ผิดหวัง ทำให้เสียใจ แล้วมาอ้างว่ารักมาก ผิดหวังมาก... ก็สมควรจะหุบตูดไปซะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า คุณนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง... ในขณะที่ไมค์ล้ม ก็ยังเอาความคิดของตัวเองมาเหยียบย่ำน้องซ้ำอีก แทนที่จะให้กำลังใจกัน



เฮ้อ... หมด นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่ออีก
เศร้าแทนจริงๆเลย หายไวๆนะพ่อหนุ่มน้อย คนที่พร้อมจะเข้าใจยังมีอีกหลายคน


ขนาดเมื่อวานยังเจอน้องสองคนเค้าก็เอาการ์ดมาให้ไมค์ พอคุยๆกัน ก็ถามเค้าว่าถ้าไมค์มีแฟนจริงๆจะรับได้มั้ย เค้าก็พยักหน้าหงึกๆกันใหญ่ บอกว่ารับได้... เราก็เลยเชื่อว่า ต่อให้มีคนส่วนนึงไม่พอใจ แต่ก็มีคนอีกส่วนนึงนะที่คอยให้กำลังใจไมค์เสมอ


 


สู้ต่อไป


 

really luv dis boy

 



อ่านบล็อคไมค์แล้วน้ำตาจะไหล


สำหรับบางคนที่ไปคอมเมนท์ว่าไมค์ตามที่ต่างๆในเนต... ก็คงเป็นการแสดงความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งมันก็เห็นแก่ตัว ขาดความเข้าใจ และบ่งบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้รักศิลปินเลย


เหมือนอย่างที่ไมค์เขียน คุณบอกว่าชอบ บอกว่ารัก แต่มันก็เป็นแค่คำพูดรึเปล่า


ไม่เข้าใจความไม่มีเหตุผลของคนที่ทำแบบนี้เลย
หนึ่ง อยากให้คนเชื่อในตัวกอล์ฟไมค์นะ ว่าสิ่งที่น้องทำก็มีเหตุผล มีความเป็นส่วนตัวของน้องเอง... คนที่เขียนว่า "ทำไมไม่บอก" ถามหน่อยสิว่า "ทำไมต้องบอก"... ทุกคน แม้แต่ดารา ก็มีชีวิตด้านที่อยากเก็บไว้นะ


สอง ถ้ากอล์ฟไมค์มีแฟนจริงๆ แล้วมีความสุข ถ้าคุณเป็นแฟนคลับจริงๆ ไม่อยากเห็นน้องมีความสุขงั้นเหรอ... คุณอยากเห็นกอล์ฟไมค์เป็นแบบไหน เป็นหุ่นยนต์ทำตามความต้องการของคนอื่นไปวันๆ... หรือเป็นมนุษย์มีทำอย่างที่ตัวเองต้องการแล้วมีความสุขกันแน่


 


สิ่งที่เราอยากเห็นมากที่สุดตลอดเวลา ก็คือ รอยยิ้มที่สดใสของไมค์นะ
เวลาไมค์ยิ้มแล้วรู้สึกว่าโลกนี้น่ารัก รู้สึกว่าอยากจะมองไปนานๆ อยากจะให้ไมค์ยิ้มบ่อยๆ


สำหรับเรา แฟนคลับ ไม่ได้ไว้สำหรับเรียกทุกคนได้
คนที่จะเป็นแฟนคลับ คือ คนที่เชื่อมั่น ปกป้อง เข้าใจศิลปินที่เราชอบ
ยอมรับว่ามีหลายๆครั้งที่เราเศร้าที่น้องเมิน หลายๆครั้งที่นอยเพราะน้องหน้าบึ้ง... แต่เราเข้าใจ แล้วเราก็ไม่เคยผิดหวังในตัวน้อง ไม่เคยผิดหวังกับสิ่งที่น้องทำ... เราไม่ได้คิดว่าน้องทำผิดหรือทำพลาดด้วยซ้ำ


เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น รู้สึกเห็นใจนะ หลังจากนี้ไปจะมีรูปน่ารักๆมาลง hi5 ให้ดูกันอีกมั้ย... ต่อจากนี้ไป กว่าจะทำอะไรแต่ละที ก้าวแต่ละก้าว คงจะต้องคิดแล้วคิดอีก กลายเป็นความเครียดไป


และที่แย่กว่านั้น ความไว้ใจในตัวแฟนคลับก็คงจะลดลงไปอีก ทั้งๆที่คนที่ทำร้ายไมค์ ไม่มีความหมายพอจะเรียกว่าแฟนคลับด้วยซ้ำ


 



ขอให้ไมค์ผ่านเรื่องนี้ไปได้เร็วๆ แล้วก็กลับมาน่ารักสดใสเหมือนเดิมก็แล้วกัน



 

DEJA VU






ตั้งใจไว้ว่าจะดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเข้าโรงแล้ว
แต่พี่อ้อยไม่เคยยอมไปดูหนังแอ๊กชั่นด้วยเล้ยยยยซักครั้งเดียว ก็เลยอดตามเคยอ่านะ

เพิ่งได้เช่ามาดูเมื่อวาน
"deja vu เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าเคยได้พบเห็นมาแล้ว"

เรื่องย่อ
ทุกคนต่างเคยประสบเหตุการณ์ลึกลับ ที่ชื่อว่า เดจา วู (Dé jà Vu) มาก่อน ความทรงจำชั่ววูบในตอนที่คุณพบคนแปลกหน้าซักคน แต่คุณกลับรู้สึกเหมือนคุณรู้จักเขามาทั้งชีวิต หรือรู้สึกเหมือนจดจำสถานที่นั้นได้ แม้ว่าคุณไม่เคยไปที่นั่นเลยซักครั้ง แต่ถ้าจริงๆ แล้ว ความรู้สึกแปลกประหลาดน่าพิศวงนี้ เป็นคำเตือนที่ถูกส่งมาจากอดีต หรือเป็นเงื่อนงำไปสู่อนาคต ที่ยังไม่เกิดขึ้นล่ะ..?

ความรู้สึก เดจา วู นี้เอง ที่นำทางเจ้าหน้าที่ เอทีเอฟ ดั๊ก คาร์ลิน (เดนเซล วอชิงตัน) ในการสืบสวนคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ เมื่อเขาถูกเรียกตัวไปเก็บหลักฐาน หลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ บนเรือเฟอร์รีลำหนึ่งในนิวออร์ลีนส์ คาร์ลินก็กำลังจะได้ค้นพบว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นความรู้สึกข้างเดียวของตัวเองนั้น จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่านั้น และมันก็จะนำเขาไปสู่การแข่งขันกับเวลา เพื่อช่วยเหลือผู้คนบริสุทธิ์หลายร้อยชีวิต


ยิ่งคาร์ลินถลำลึกลงไปในการสืบสวนมากเท่าใด เขาพบว่าไม่เพียงแต่มันจะล้วงลึก ผ่านช่องว่างและกาลเวลาเท่านั้น แต่มันยังกลายเป็นเรื่องราวความรักแปลกใหม่ ที่เกิดขึ้นในรูปแบบย้อนกลับ เมื่อคาร์ลินรู้สึกว่า เขาเกิดความรู้สึกผูกพันกับหญิงสาวเจ้าของอดีต ที่เป็นกุญแจนำไปสู่การหยุดยั้งหายนะ ที่อาจทำลายอนาคตของพวกเขาลงได้ในชั่วพริบตาเดียว โดยปราศจากคำพูดแต่ด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม คาร์ลินก็ได้เลือกเสี่ยง ...เพื่อเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง!


อยากให้ทุกคนได้ดูหนังเรื่องนี้นะ เป็นหนังที่ดีเรื่องนึงเลยทีเดียว
ความจริงชอบเดนเซล วอชิงตันอยู่แล้ว... แล้วก็ชอบแนวคิดของหนังด้วย เคยเป็นมั้ย บางครั้งที่เห็นภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย เหมือนเคยเห็นมาแล้ว... เราอ่ะ เป็นบ่อยเลยนะ... แม่บอกว่า บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า กายละเอียด หรือว่าจิตของเราเนี่ย ผ่านห้วงเวลานั้นไปก่อนเราแล้ว พอกายหยาบ หรือว่าตาของเรามองเห็น ก็เลยรู้สึกว่า ได้เห็นภาพนั้นไปก่อนหน้านี้แล้วนี่นา

หนังให้แง่คิดเรื่องความเสียสละด้วย คนเราจะยอมเสียสละชีวิตตัวเองให้กับคนที่พันๆคน ที่เราไม่รู้จัก ไม่เคยทำอะไรให้เรา ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเรามีตัวตนอยู่บนโลกมั้ย... ในทางตรงกันข้าม อาทิตย์ที่แล้วเดินพารากอนกับพี่อ้อย แล้วพี่อ้อยบอกว่าเค้าไม่เห็นตรวจกระเป๋าเราเลย ถ้าเราเอาระเบิดเข้ามาล่ะ... ก็เลยพูดกับพี่อ้อยว่า คนที่สามารถวางระเบิด แล้วทำให้คนตายมากมาย โดยที่ไม่รู้จักคนเหล่านั้นเลยเนี่ย ช่างเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเหลือเกิน

ทำไมคนถึงเลือกจะเสียสละ?
แล้วทำไมคนถึงเลือกจะเข่นฆ่า?


ซีเรียสไปมั้ยเนี่ย... เมื่อก่อนคิดว่า สงสัยตัวเองดูหนังฝรั่งมากไป แต่เดี๋ยวนี้น่ะ ก่อการร้ายมันใกล้ตัวเข้ามาทุกที... ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีคนมาวางระเบิดในกรุงเทพฯ เข้าใจมาตลอดว่าคนไทยจิตใจดี คงไม่ทำร้ายกันหนักหนา แต่คงจะต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้ว



วันนี้ก็ไปจ่ายใบสั่งสองใบซ้อน คือ เคยคุยกับตร.ที่สน.ไปแล้วเค้าก็ไม่มาเขียนอีก ดันโดนจราจรกลางมาแปะ สน.ก็เลยช่วยอะไรไม่ได้ งานคนละส่วนกัน ตูละเบื่อ ไม่ให้จอดหน้าบ้านตัวเองแล้วจะให้ไปจอดตรงไหนอ่ะ ตร.ช่วยหาที่จอดให้หน่อยสิ

แต่ตลกมาก คุณตร.คนนึงเค้าเรียกเราว่า "ตัวเล็กๆ"
เวรกรรม ได้ข่าวว่าอีชั้นสูง 175 นะคะ มาเรียกตัวเล็ก เรียกซะอายเลยอ่ะ

ขากลับก็แวะเอารถไปล้างดูดฝุ่น แล้วก็แวะไปเซ็นทรัลซื้อหนังสือ ซื้อเกมส์ ซื้อแผ่นโปรแกรม
สรุปว่าวันนี้หมดไปเป็นพัน

อ่อ อ่านเล่มนี้จบแล้วนะ



ก็............ ดี
จริงๆชอบอ่าน แฮร์รี่ที่สุดละ รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลง...
แต่เล่มอื่นๆก็อ่านฆ่าเวลา (ขนาดฆ่าเวลาตูยังอ่านมาถึงเล่ม 8)



ปิดไดด้วยการบอกว่า คิดถึงไมค์มากๆ เฮ้อ....


ดี vs รัก

 



ปวดหัวเลย พยายามงมทำไดแบบที่คนอื่นเค้าทำได้กัน อยู่ตั้งสองสามชม.
แล้วก็คิดได้ ว่าช่างมันเหอะ ตูโง่


ตั้งใจว่า พอเรียนจบแล้ว ตอนที่ทำงานจะไปเรียนพิเศษพวกกราฟฟิกดีไซน์ซะหน่อย (จะแก่เกินไปแล้วป่าววะ)
ตอนนี้ก็เดี๋ยวไปหาหนังสือมาอ่าน ลองฝึกทำดูก่อนก็น่าสนใจนะ



เข้าเรื่อง


คำถามโลกแตกที่ยากจะหาคำตอบ
"คนที่เรารัก กับคนที่รักเรา"
เลือกใครดี?



จริงๆถ้าถามเรา เราก็คงจะตอบว่าไม่รู้ เพราะยังไม่เคยมีคนมารัก ฮ่าๆ


ในโลกแห่งความเป็นจริงของเรา ที่ผ่านมา เราก็มักจะเป็นฝ่ายรักคนอื่นก่อน ยังไม่เห็นมีใครมารักเราก่อนซักคน... พอรักใครแล้ว ก็จะพยายามทำให้เค้ารู้สึกดีๆกับเรา สุดท้ายก็จะสนิทกันไปเอง ซึ่งมันก็หาคำตอบไม่ได้ ว่าเค้ารักเรารึเปล่า เพราะถึงต่อให้ถามไป มันก็เป็นแค่คำพูด ยืนยันอะไรไม่ได้อยู่ดี


ลองถ้าต้องเลือกระหว่างคนที่ดีกับเรามากๆๆๆๆ กับคนที่ไม่สนเลย แต่เราดันรักมันมากๆๆๆ เนี่ยสิ ลำบากจริงๆ


เฮ้อ... จะว่าไป ใครๆก็คงอยากจะรัก คนที่รักและดีกับเรา ถูกมะ?
ซึ่งมันยากเหลือเกินที่จะเจอคนๆนั้นน่ะ


 


เมื่อวานเพิ่งเห็นรูปใหม่ใน hi5 ไมกี้
ช่วงนี้กำลังเลิฟการเปิดหน้าผากเหรอจ๊ะ รู้ว่าแฟนๆชอบอ่ะสิ ได้รับเสียงกรี๊ดไปมากมายในคอนนี่เนาะ


แล้วก็ เพิ่งตั้งใจอ่านตรง profile ที่เขียนประมาณว่า "อย่าเขียนอะไรแย่ๆเกี่ยวกับไมค์ ถ้าไม่ได้ตอบ msg อย่าทำให้กดดันไปมากกว่านี้ ตอนนี้ก็ยุ่งมากแล้ว" อ่านแล้วก็อืมมมมม... น่าสงสารมั้ยเนี่ย


เฮ้อ... นี่ยังเกี่ยวกับเรื่อง เลือกรักคนที่เค้าไม่รักเราอยู่นะ
ยังคงคิดอยู่ว่า ไมค์ก็ไม่ได้ดีกับเรานะ เมินบ้าง ทำเป็นไม่เห็นบ้างก็มีบ่อยๆ เรื่องน่ารักๆก็นานๆจะมีที... พอได้ยินเรื่องเล่าว่าดาราคนอื่นอ่ะ เค้าน่ารัก เค้าดีกับแฟนคลับมากแค่ไหน ก็คิดว่า ดีจังเลยน๊าาาาา... แต่พอนึกถึงเรื่องที่น้องต้องพบเจอมามากมาย ก็รู้สึกว่า อืม...คงเลิกรักเด็กคนนี้ไม่ได้หรอก


 



จบ... ปวดหัวว่ะ อยากดูหนัง

DO NOT GIVE UP



เมื่อวานก็...
ไปเจอไมค์มานะ
ออกจากมหาลัยปุ๊บ ก็บึ่งรถไปเลย... ไปนั่งรออยู่สองชม. คนเดียว และไม่มีมือถือ
(เจือกชอบลืมมือถือวันที่มีธุระทุกทีดิ ไม่เข้าใจตัวเอง)


ก็บอกไมค์ไปสามประโยค ซึ่งนั่งท่องตั้งแต่ออกจากมหาลัย
ตอนพูดเสียงสั่น มือสั่นมาก มันก็กึ่งๆตื่นเต้น กึ่งๆกลัว
ไมค์ก็ยิ้มนิดๆ ตอบว่า "ฮะ" "ขอบคุณฮะ"


อารมณ์ตอนนั้นก็อยากจะร้องไห้ แบบว่าปล่อยโฮออกมาเลยนะ
คือ รู้สึกเจ็บ รู้สึกว่ารอยยิ้มของน้องในตอนนี้มีค่ามาก


พอตอนที่ไมค์จะกลับก็เดินผ่านทุกคนแล้วพูดว่า "กลับแล้วนะฮะ"
ก็ดีใจนะ ที่น้องพูด เพราะถ้าน้องเงียบก็คงจะหม่นหมองน่าดู


 


กลับบ้านไป ก่อนนอน ก็ยังจะมีเรื่องให้เศร้าอีกระลอก


ยอมรับนะว่าส่วนนึงที่กอล์ฟไมค์แลกชื่อเสียงเงินทองมา คือ ภาพพจน์ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด
กอล์ฟไมค์ผ่านการฝึกฝน ใช้ความพยายาม มุ่งมั่น อาศัยความอดทนในการพัฒนาตัวเอง... บวกพรสรวรรค์ หน้าตา การสนับสนุนที่ดีจากทางบ้าน... ถ้าตัดเพียงแค่ภาพพจน์ออกไป เชื่อนะว่า ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะสนับสนุนกอล์ฟไมค์ต่อไป


ทำไมถึงคาดหวังให้คนๆนึงเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ จะว่ากันตามตรงไมค์เองก็พยายามอย่างมากที่สุดแล้ว ที่จะสร้างกรอบของตัวเองให้แคบที่สุด เพื่อให้คนอื่นๆซึ่งแทบจะไม่รู้จักตัวตนจริงๆของไมค์ด้วยซ้ำเข้ามา... และในเมื่อสิ่งที่ไมค์ขอในกรอบแคบๆนั้น คือ การมีชีวิตส่วนตัวบ้างแม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม... คนที่อ้างว่า "รักมาก" กลับให้ไมค์ไม่ได้


จากรายการต่างๆ ไมค์ก็พูดหลายครั้งเกี่ยวกับกระแสในเนตที่ทำให้ไมค์เสียใจ ถ้าไมค์มองด้านเดียว ไม่สนใจความรู้สึกของแฟนคลับแล้วล่ะก็ คงจะไม่มานั่งอ่านให้เสียความรู้สึกเปล่าๆหรอกนะ และคงจะไม่มีบลอคมีอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการ accept hi5 ของแฟนคลับ... ซึ่งถึงแม้ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ยังคงมีคนติดตามผลงานของกอล์ฟไมค์อยู่ดี แต่ไมค์เลือกที่จะทำเพราะแคร์สิ่งที่แฟนคลับคิด


แฟนคลับที่เข้าใจไมค์ ไม่ได้ป้อยอ เอาใจไมค์ทุกเรื่องหรอกนะ คุณอาจจะยังไม่รู้จักแฟนคลับกอล์ฟไมค์ดีพอหรือเปล่า? อย่างที่ไมค์บอก LOVE IS UNDERSTANDING ดังนั้น ไม่มีใครบอกว่า สิ่งที่ไมค์ทำคือสิ่งที่ดีที่สุดและถูกต้องเสมอ แต่เมื่อเรารักศิลปินคนนึงแล้ว เราก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเข้าใจและเชื่อมั่น



นั่งเขียนข้อความนี้อยู่เมื่อคืนเป็นเวอร์ชั่นสุภาพสุดๆ
ไม่อยากจะให้ใครมาว่าได้นะ ว่าแฟนคลับกอล์ฟไมค์ไม่มีการศึกษาใช้วาจาหยาบคาย


น้องลบบลอคไปแล้ว จากนี้ไปจะมีบลอคน้องให้อ่านอีกมั้ย
เสียใจนะ คนอื่นอาจจะมองว่า โห...อีนี่ โอ๋กันเกินไปรึเปล่า... ก็ยอมรับ ว่าเราโอ๋น้องจริงๆ
แต่ทำไมล่ะ? โอ๋แล้วมันผิดตรงไหน


ประเภทที่บอกว่าไมค์ทำให้ผิดหวัง ทำให้เสียใจ แล้วมาอ้างว่ารักมาก ผิดหวังมาก... ก็สมควรจะหุบตูดไปซะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า คุณนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง... ในขณะที่ไมค์ล้ม ก็ยังเอาความคิดของตัวเองมาเหยียบย่ำน้องซ้ำอีก แทนที่จะให้กำลังใจกัน



เฮ้อ... หมด นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่ออีก
เศร้าแทนจริงๆเลย หายไวๆนะพ่อหนุ่มน้อย คนที่พร้อมจะเข้าใจยังมีอีกหลายคน


ขนาดเมื่อวานยังเจอน้องสองคนเค้าก็เอาการ์ดมาให้ไมค์ พอคุยๆกัน ก็ถามเค้าว่าถ้าไมค์มีแฟนจริงๆจะรับได้มั้ย เค้าก็พยักหน้าหงึกๆกันใหญ่ บอกว่ารับได้... เราก็เลยเชื่อว่า ต่อให้มีคนส่วนนึงไม่พอใจ แต่ก็มีคนอีกส่วนนึงนะที่คอยให้กำลังใจไมค์เสมอ


 


สู้ต่อไป


 

really luv dis boy

 



อ่านบล็อคไมค์แล้วน้ำตาจะไหล


สำหรับบางคนที่ไปคอมเมนท์ว่าไมค์ตามที่ต่างๆในเนต... ก็คงเป็นการแสดงความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งมันก็เห็นแก่ตัว ขาดความเข้าใจ และบ่งบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้รักศิลปินเลย


เหมือนอย่างที่ไมค์เขียน คุณบอกว่าชอบ บอกว่ารัก แต่มันก็เป็นแค่คำพูดรึเปล่า


ไม่เข้าใจความไม่มีเหตุผลของคนที่ทำแบบนี้เลย
หนึ่ง อยากให้คนเชื่อในตัวกอล์ฟไมค์นะ ว่าสิ่งที่น้องทำก็มีเหตุผล มีความเป็นส่วนตัวของน้องเอง... คนที่เขียนว่า "ทำไมไม่บอก" ถามหน่อยสิว่า "ทำไมต้องบอก"... ทุกคน แม้แต่ดารา ก็มีชีวิตด้านที่อยากเก็บไว้นะ


สอง ถ้ากอล์ฟไมค์มีแฟนจริงๆ แล้วมีความสุข ถ้าคุณเป็นแฟนคลับจริงๆ ไม่อยากเห็นน้องมีความสุขงั้นเหรอ... คุณอยากเห็นกอล์ฟไมค์เป็นแบบไหน เป็นหุ่นยนต์ทำตามความต้องการของคนอื่นไปวันๆ... หรือเป็นมนุษย์มีทำอย่างที่ตัวเองต้องการแล้วมีความสุขกันแน่


 


สิ่งที่เราอยากเห็นมากที่สุดตลอดเวลา ก็คือ รอยยิ้มที่สดใสของไมค์นะ
เวลาไมค์ยิ้มแล้วรู้สึกว่าโลกนี้น่ารัก รู้สึกว่าอยากจะมองไปนานๆ อยากจะให้ไมค์ยิ้มบ่อยๆ


สำหรับเรา แฟนคลับ ไม่ได้ไว้สำหรับเรียกทุกคนได้
คนที่จะเป็นแฟนคลับ คือ คนที่เชื่อมั่น ปกป้อง เข้าใจศิลปินที่เราชอบ
ยอมรับว่ามีหลายๆครั้งที่เราเศร้าที่น้องเมิน หลายๆครั้งที่นอยเพราะน้องหน้าบึ้ง... แต่เราเข้าใจ แล้วเราก็ไม่เคยผิดหวังในตัวน้อง ไม่เคยผิดหวังกับสิ่งที่น้องทำ... เราไม่ได้คิดว่าน้องทำผิดหรือทำพลาดด้วยซ้ำ


เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น รู้สึกเห็นใจนะ หลังจากนี้ไปจะมีรูปน่ารักๆมาลง hi5 ให้ดูกันอีกมั้ย... ต่อจากนี้ไป กว่าจะทำอะไรแต่ละที ก้าวแต่ละก้าว คงจะต้องคิดแล้วคิดอีก กลายเป็นความเครียดไป


และที่แย่กว่านั้น ความไว้ใจในตัวแฟนคลับก็คงจะลดลงไปอีก ทั้งๆที่คนที่ทำร้ายไมค์ ไม่มีความหมายพอจะเรียกว่าแฟนคลับด้วยซ้ำ


 



ขอให้ไมค์ผ่านเรื่องนี้ไปได้เร็วๆ แล้วก็กลับมาน่ารักสดใสเหมือนเดิมก็แล้วกัน



 

DEJA VU






ตั้งใจไว้ว่าจะดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเข้าโรงแล้ว
แต่พี่อ้อยไม่เคยยอมไปดูหนังแอ๊กชั่นด้วยเล้ยยยยซักครั้งเดียว ก็เลยอดตามเคยอ่านะ

เพิ่งได้เช่ามาดูเมื่อวาน
"deja vu เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าเคยได้พบเห็นมาแล้ว"

เรื่องย่อ
ทุกคนต่างเคยประสบเหตุการณ์ลึกลับ ที่ชื่อว่า เดจา วู (Dé jà Vu) มาก่อน ความทรงจำชั่ววูบในตอนที่คุณพบคนแปลกหน้าซักคน แต่คุณกลับรู้สึกเหมือนคุณรู้จักเขามาทั้งชีวิต หรือรู้สึกเหมือนจดจำสถานที่นั้นได้ แม้ว่าคุณไม่เคยไปที่นั่นเลยซักครั้ง แต่ถ้าจริงๆ แล้ว ความรู้สึกแปลกประหลาดน่าพิศวงนี้ เป็นคำเตือนที่ถูกส่งมาจากอดีต หรือเป็นเงื่อนงำไปสู่อนาคต ที่ยังไม่เกิดขึ้นล่ะ..?

ความรู้สึก เดจา วู นี้เอง ที่นำทางเจ้าหน้าที่ เอทีเอฟ ดั๊ก คาร์ลิน (เดนเซล วอชิงตัน) ในการสืบสวนคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ เมื่อเขาถูกเรียกตัวไปเก็บหลักฐาน หลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ บนเรือเฟอร์รีลำหนึ่งในนิวออร์ลีนส์ คาร์ลินก็กำลังจะได้ค้นพบว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นความรู้สึกข้างเดียวของตัวเองนั้น จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่านั้น และมันก็จะนำเขาไปสู่การแข่งขันกับเวลา เพื่อช่วยเหลือผู้คนบริสุทธิ์หลายร้อยชีวิต


ยิ่งคาร์ลินถลำลึกลงไปในการสืบสวนมากเท่าใด เขาพบว่าไม่เพียงแต่มันจะล้วงลึก ผ่านช่องว่างและกาลเวลาเท่านั้น แต่มันยังกลายเป็นเรื่องราวความรักแปลกใหม่ ที่เกิดขึ้นในรูปแบบย้อนกลับ เมื่อคาร์ลินรู้สึกว่า เขาเกิดความรู้สึกผูกพันกับหญิงสาวเจ้าของอดีต ที่เป็นกุญแจนำไปสู่การหยุดยั้งหายนะ ที่อาจทำลายอนาคตของพวกเขาลงได้ในชั่วพริบตาเดียว โดยปราศจากคำพูดแต่ด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม คาร์ลินก็ได้เลือกเสี่ยง ...เพื่อเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง!


อยากให้ทุกคนได้ดูหนังเรื่องนี้นะ เป็นหนังที่ดีเรื่องนึงเลยทีเดียว
ความจริงชอบเดนเซล วอชิงตันอยู่แล้ว... แล้วก็ชอบแนวคิดของหนังด้วย เคยเป็นมั้ย บางครั้งที่เห็นภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย เหมือนเคยเห็นมาแล้ว... เราอ่ะ เป็นบ่อยเลยนะ... แม่บอกว่า บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า กายละเอียด หรือว่าจิตของเราเนี่ย ผ่านห้วงเวลานั้นไปก่อนเราแล้ว พอกายหยาบ หรือว่าตาของเรามองเห็น ก็เลยรู้สึกว่า ได้เห็นภาพนั้นไปก่อนหน้านี้แล้วนี่นา

หนังให้แง่คิดเรื่องความเสียสละด้วย คนเราจะยอมเสียสละชีวิตตัวเองให้กับคนที่พันๆคน ที่เราไม่รู้จัก ไม่เคยทำอะไรให้เรา ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเรามีตัวตนอยู่บนโลกมั้ย... ในทางตรงกันข้าม อาทิตย์ที่แล้วเดินพารากอนกับพี่อ้อย แล้วพี่อ้อยบอกว่าเค้าไม่เห็นตรวจกระเป๋าเราเลย ถ้าเราเอาระเบิดเข้ามาล่ะ... ก็เลยพูดกับพี่อ้อยว่า คนที่สามารถวางระเบิด แล้วทำให้คนตายมากมาย โดยที่ไม่รู้จักคนเหล่านั้นเลยเนี่ย ช่างเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเหลือเกิน

ทำไมคนถึงเลือกจะเสียสละ?
แล้วทำไมคนถึงเลือกจะเข่นฆ่า?


ซีเรียสไปมั้ยเนี่ย... เมื่อก่อนคิดว่า สงสัยตัวเองดูหนังฝรั่งมากไป แต่เดี๋ยวนี้น่ะ ก่อการร้ายมันใกล้ตัวเข้ามาทุกที... ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีคนมาวางระเบิดในกรุงเทพฯ เข้าใจมาตลอดว่าคนไทยจิตใจดี คงไม่ทำร้ายกันหนักหนา แต่คงจะต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้ว



วันนี้ก็ไปจ่ายใบสั่งสองใบซ้อน คือ เคยคุยกับตร.ที่สน.ไปแล้วเค้าก็ไม่มาเขียนอีก ดันโดนจราจรกลางมาแปะ สน.ก็เลยช่วยอะไรไม่ได้ งานคนละส่วนกัน ตูละเบื่อ ไม่ให้จอดหน้าบ้านตัวเองแล้วจะให้ไปจอดตรงไหนอ่ะ ตร.ช่วยหาที่จอดให้หน่อยสิ

แต่ตลกมาก คุณตร.คนนึงเค้าเรียกเราว่า "ตัวเล็กๆ"
เวรกรรม ได้ข่าวว่าอีชั้นสูง 175 นะคะ มาเรียกตัวเล็ก เรียกซะอายเลยอ่ะ

ขากลับก็แวะเอารถไปล้างดูดฝุ่น แล้วก็แวะไปเซ็นทรัลซื้อหนังสือ ซื้อเกมส์ ซื้อแผ่นโปรแกรม
สรุปว่าวันนี้หมดไปเป็นพัน

อ่อ อ่านเล่มนี้จบแล้วนะ



ก็............ ดี
จริงๆชอบอ่าน แฮร์รี่ที่สุดละ รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลง...
แต่เล่มอื่นๆก็อ่านฆ่าเวลา (ขนาดฆ่าเวลาตูยังอ่านมาถึงเล่ม 8)



ปิดไดด้วยการบอกว่า คิดถึงไมค์มากๆ เฮ้อ....


ดี vs รัก

 



ปวดหัวเลย พยายามงมทำไดแบบที่คนอื่นเค้าทำได้กัน อยู่ตั้งสองสามชม.
แล้วก็คิดได้ ว่าช่างมันเหอะ ตูโง่


ตั้งใจว่า พอเรียนจบแล้ว ตอนที่ทำงานจะไปเรียนพิเศษพวกกราฟฟิกดีไซน์ซะหน่อย (จะแก่เกินไปแล้วป่าววะ)
ตอนนี้ก็เดี๋ยวไปหาหนังสือมาอ่าน ลองฝึกทำดูก่อนก็น่าสนใจนะ



เข้าเรื่อง


คำถามโลกแตกที่ยากจะหาคำตอบ
"คนที่เรารัก กับคนที่รักเรา"
เลือกใครดี?



จริงๆถ้าถามเรา เราก็คงจะตอบว่าไม่รู้ เพราะยังไม่เคยมีคนมารัก ฮ่าๆ


ในโลกแห่งความเป็นจริงของเรา ที่ผ่านมา เราก็มักจะเป็นฝ่ายรักคนอื่นก่อน ยังไม่เห็นมีใครมารักเราก่อนซักคน... พอรักใครแล้ว ก็จะพยายามทำให้เค้ารู้สึกดีๆกับเรา สุดท้ายก็จะสนิทกันไปเอง ซึ่งมันก็หาคำตอบไม่ได้ ว่าเค้ารักเรารึเปล่า เพราะถึงต่อให้ถามไป มันก็เป็นแค่คำพูด ยืนยันอะไรไม่ได้อยู่ดี


ลองถ้าต้องเลือกระหว่างคนที่ดีกับเรามากๆๆๆๆ กับคนที่ไม่สนเลย แต่เราดันรักมันมากๆๆๆ เนี่ยสิ ลำบากจริงๆ


เฮ้อ... จะว่าไป ใครๆก็คงอยากจะรัก คนที่รักและดีกับเรา ถูกมะ?
ซึ่งมันยากเหลือเกินที่จะเจอคนๆนั้นน่ะ


 


เมื่อวานเพิ่งเห็นรูปใหม่ใน hi5 ไมกี้
ช่วงนี้กำลังเลิฟการเปิดหน้าผากเหรอจ๊ะ รู้ว่าแฟนๆชอบอ่ะสิ ได้รับเสียงกรี๊ดไปมากมายในคอนนี่เนาะ


แล้วก็ เพิ่งตั้งใจอ่านตรง profile ที่เขียนประมาณว่า "อย่าเขียนอะไรแย่ๆเกี่ยวกับไมค์ ถ้าไม่ได้ตอบ msg อย่าทำให้กดดันไปมากกว่านี้ ตอนนี้ก็ยุ่งมากแล้ว" อ่านแล้วก็อืมมมมม... น่าสงสารมั้ยเนี่ย


เฮ้อ... นี่ยังเกี่ยวกับเรื่อง เลือกรักคนที่เค้าไม่รักเราอยู่นะ
ยังคงคิดอยู่ว่า ไมค์ก็ไม่ได้ดีกับเรานะ เมินบ้าง ทำเป็นไม่เห็นบ้างก็มีบ่อยๆ เรื่องน่ารักๆก็นานๆจะมีที... พอได้ยินเรื่องเล่าว่าดาราคนอื่นอ่ะ เค้าน่ารัก เค้าดีกับแฟนคลับมากแค่ไหน ก็คิดว่า ดีจังเลยน๊าาาาา... แต่พอนึกถึงเรื่องที่น้องต้องพบเจอมามากมาย ก็รู้สึกว่า อืม...คงเลิกรักเด็กคนนี้ไม่ได้หรอก


 



จบ... ปวดหัวว่ะ อยากดูหนัง

มิเกะ

 


 


เล่นเนตแล้วไปเซฟรูปปกหนังสือมิเกะเนะโกะโฮล์ม พอตอนจะเซฟ ชื่อขึ้นว่า mike10 ก็เอ๊ะ...
อ๋อ... มิเกะ กับ mike มันสะกดเหมือนกันนี่หว่า
(เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ในชีวิตประจำวัน)


 


ปิดเทอมหนึ่งอาทิตย์ ก็... เล่นเกม rayman raving rabbit จบไปแล้ว เกมส์ต๊องมากๆ ไม่น่าเสียเงินซื้อของจริงมาเล้ยตู... นอกนั้นก็นอนยาวววว แล้วก็อ่านคินดะอิจิเล่มใหม่


อ่อ... ช่วงนี้กินมะละกอทุกวันเลย อันเนื่องมาจากเลือดออกตอนถ่ายซะแล้วเรา อีกอย่าง อาการอยากลดความอ้วนมันกลับมาอีกแล้ว... ตอนม.ปลายก็เคยมุ่งมั่นอยู่ทีนึงตอนนั้นลดไปตั้ง 5 กก. แต่ตอนนั้น ยังไม่เป็นโรคกระเพาะ พอขึ้นมหาลัยก็อดข้าวไม่ได้แล้ว ปวดกระเพาะตลอด... แล้วไอ้เรื่องอ้วนไม่อ้วนก็เหมือนจะทำใจได้ไปละ เพราะให้อดของอร่อยๆนี่มันทำยากจริงๆ เหอๆ


 





ชอบรูปนี้จัง กอล์ฟหล่อ ไมค์ข้างหลังก็แมนมากกกก...


พักยาวเลยน้องเรา คิดถึงๆ แต่ว่าก็ดีแล้วที่ได้พักบ้าง... ก่อนหน้านี้ทำงานเยอะเกินไปแล้ว
ได้ยินข่าวเรื่องซิงเกิลละ nippon-ai-ni-i-ku ใช่มะ (ผิดป่าววะตู)
อยากฟังเร็วๆ อยากเห็นท่าเต้น อยากเห็นเอ็มวีด้วย
พอพูดถึงเรื่องน้องจะไปญี่ปุ่น ก็เหงาขึ้นมาเลยอ่ะ... แต่ยังไงก็ยืนยันว่า ดีใจที่เห็นน้องได้ไปพัฒนาการการทำงานของตัวเองนะ ยังไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จถึงขั้นไหน แต่ก็เชื่อว่า อย่างน้องอ่ะ ทำได้อยู่แล้ว... ทั้งฝีมือ ทั้งความน่ารักน่าเอ็นดู เต็มร้อย มีเหรอคนญี่ปุ่นจะไม่รักไม่หลงเหมือนเรา หุหุ


 


 

DO NOT GIVE UP



เมื่อวานก็...
ไปเจอไมค์มานะ
ออกจากมหาลัยปุ๊บ ก็บึ่งรถไปเลย... ไปนั่งรออยู่สองชม. คนเดียว และไม่มีมือถือ
(เจือกชอบลืมมือถือวันที่มีธุระทุกทีดิ ไม่เข้าใจตัวเอง)


ก็บอกไมค์ไปสามประโยค ซึ่งนั่งท่องตั้งแต่ออกจากมหาลัย
ตอนพูดเสียงสั่น มือสั่นมาก มันก็กึ่งๆตื่นเต้น กึ่งๆกลัว
ไมค์ก็ยิ้มนิดๆ ตอบว่า "ฮะ" "ขอบคุณฮะ"


อารมณ์ตอนนั้นก็อยากจะร้องไห้ แบบว่าปล่อยโฮออกมาเลยนะ
คือ รู้สึกเจ็บ รู้สึกว่ารอยยิ้มของน้องในตอนนี้มีค่ามาก


พอตอนที่ไมค์จะกลับก็เดินผ่านทุกคนแล้วพูดว่า "กลับแล้วนะฮะ"
ก็ดีใจนะ ที่น้องพูด เพราะถ้าน้องเงียบก็คงจะหม่นหมองน่าดู


 


กลับบ้านไป ก่อนนอน ก็ยังจะมีเรื่องให้เศร้าอีกระลอก


ยอมรับนะว่าส่วนนึงที่กอล์ฟไมค์แลกชื่อเสียงเงินทองมา คือ ภาพพจน์ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด
กอล์ฟไมค์ผ่านการฝึกฝน ใช้ความพยายาม มุ่งมั่น อาศัยความอดทนในการพัฒนาตัวเอง... บวกพรสรวรรค์ หน้าตา การสนับสนุนที่ดีจากทางบ้าน... ถ้าตัดเพียงแค่ภาพพจน์ออกไป เชื่อนะว่า ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะสนับสนุนกอล์ฟไมค์ต่อไป


ทำไมถึงคาดหวังให้คนๆนึงเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ จะว่ากันตามตรงไมค์เองก็พยายามอย่างมากที่สุดแล้ว ที่จะสร้างกรอบของตัวเองให้แคบที่สุด เพื่อให้คนอื่นๆซึ่งแทบจะไม่รู้จักตัวตนจริงๆของไมค์ด้วยซ้ำเข้ามา... และในเมื่อสิ่งที่ไมค์ขอในกรอบแคบๆนั้น คือ การมีชีวิตส่วนตัวบ้างแม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม... คนที่อ้างว่า "รักมาก" กลับให้ไมค์ไม่ได้


จากรายการต่างๆ ไมค์ก็พูดหลายครั้งเกี่ยวกับกระแสในเนตที่ทำให้ไมค์เสียใจ ถ้าไมค์มองด้านเดียว ไม่สนใจความรู้สึกของแฟนคลับแล้วล่ะก็ คงจะไม่มานั่งอ่านให้เสียความรู้สึกเปล่าๆหรอกนะ และคงจะไม่มีบลอคมีอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการ accept hi5 ของแฟนคลับ... ซึ่งถึงแม้ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ยังคงมีคนติดตามผลงานของกอล์ฟไมค์อยู่ดี แต่ไมค์เลือกที่จะทำเพราะแคร์สิ่งที่แฟนคลับคิด


แฟนคลับที่เข้าใจไมค์ ไม่ได้ป้อยอ เอาใจไมค์ทุกเรื่องหรอกนะ คุณอาจจะยังไม่รู้จักแฟนคลับกอล์ฟไมค์ดีพอหรือเปล่า? อย่างที่ไมค์บอก LOVE IS UNDERSTANDING ดังนั้น ไม่มีใครบอกว่า สิ่งที่ไมค์ทำคือสิ่งที่ดีที่สุดและถูกต้องเสมอ แต่เมื่อเรารักศิลปินคนนึงแล้ว เราก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเข้าใจและเชื่อมั่น



นั่งเขียนข้อความนี้อยู่เมื่อคืนเป็นเวอร์ชั่นสุภาพสุดๆ
ไม่อยากจะให้ใครมาว่าได้นะ ว่าแฟนคลับกอล์ฟไมค์ไม่มีการศึกษาใช้วาจาหยาบคาย


น้องลบบลอคไปแล้ว จากนี้ไปจะมีบลอคน้องให้อ่านอีกมั้ย
เสียใจนะ คนอื่นอาจจะมองว่า โห...อีนี่ โอ๋กันเกินไปรึเปล่า... ก็ยอมรับ ว่าเราโอ๋น้องจริงๆ
แต่ทำไมล่ะ? โอ๋แล้วมันผิดตรงไหน


ประเภทที่บอกว่าไมค์ทำให้ผิดหวัง ทำให้เสียใจ แล้วมาอ้างว่ารักมาก ผิดหวังมาก... ก็สมควรจะหุบตูดไปซะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า คุณนึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง... ในขณะที่ไมค์ล้ม ก็ยังเอาความคิดของตัวเองมาเหยียบย่ำน้องซ้ำอีก แทนที่จะให้กำลังใจกัน



เฮ้อ... หมด นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่ออีก
เศร้าแทนจริงๆเลย หายไวๆนะพ่อหนุ่มน้อย คนที่พร้อมจะเข้าใจยังมีอีกหลายคน


ขนาดเมื่อวานยังเจอน้องสองคนเค้าก็เอาการ์ดมาให้ไมค์ พอคุยๆกัน ก็ถามเค้าว่าถ้าไมค์มีแฟนจริงๆจะรับได้มั้ย เค้าก็พยักหน้าหงึกๆกันใหญ่ บอกว่ารับได้... เราก็เลยเชื่อว่า ต่อให้มีคนส่วนนึงไม่พอใจ แต่ก็มีคนอีกส่วนนึงนะที่คอยให้กำลังใจไมค์เสมอ


 


สู้ต่อไป


 

really luv dis boy

 



อ่านบล็อคไมค์แล้วน้ำตาจะไหล


สำหรับบางคนที่ไปคอมเมนท์ว่าไมค์ตามที่ต่างๆในเนต... ก็คงเป็นการแสดงความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งมันก็เห็นแก่ตัว ขาดความเข้าใจ และบ่งบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้รักศิลปินเลย


เหมือนอย่างที่ไมค์เขียน คุณบอกว่าชอบ บอกว่ารัก แต่มันก็เป็นแค่คำพูดรึเปล่า


ไม่เข้าใจความไม่มีเหตุผลของคนที่ทำแบบนี้เลย
หนึ่ง อยากให้คนเชื่อในตัวกอล์ฟไมค์นะ ว่าสิ่งที่น้องทำก็มีเหตุผล มีความเป็นส่วนตัวของน้องเอง... คนที่เข